ถ้าไม่เกิดเหตุ ''ก๊อดสิลล่า Vs. คิงคอง'' ขึ้นบนโลกเน่าๆของเราเสียก่อน พรรคพวกปีศาจร้ายแดงน่าจะคุ้ยเขี่ยผ่านเข้ารอบ 8 ทีมท้ายที่สุด ยูโรปา ลีก ได้เสร็จ
นี่คือโทรฟี้ที่มีความจำเป็นระดับยอดเพียงรายการเดียวของยุโรปในที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่เคยสัมผัสอย่าว่าแต่ว่าสัมผัสเลยนะครับ - ไม่เคยเฉียดเข้าใกล้ด้วยซ้ำ
ดูอย่างกับว่าถ้วยนี้ไม่ค่อยถูกชะตากับ แมนฯ ยูไนเต็ด สักเท่าไหร่ แถมโดยมากพวกเขามักดำเนินชีวิตอย่างหรูหราและมีตระกูลกว่าบนเส้นทางสาย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกนานๆถึงจะลดตัวเองลงมาเล่นในถ้วยนี้สักครั้ง ซึ่งโดยมากเป็นการถูกบังคับให้มาแบบไม่ค่อยเต็มอกเต็มใจเพียงแค่ฤดูกาลนี้ ถ้วย "ยูโรปา ลีก" กลายเป็นเป้าหมายลำดับแรกๆที่พรรคพวกปีศาจร้ายแดงต้องเอามาให้ควรได้
เว้นเสียแต่จะคือเกียรติยศและการบรรลุเป้าหมาย มันบางทีอาจจะเป็นเพียงทีทางเดียวที่ช่วยให้พวกเขากลับเข้าสู่เส้นทางสาย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั้ง
การกลับไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นับว่าสำคัญสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด มากมายครับผม สำคัญทั้งในแบบ "รูปธรรม" และ "นามธรรม" เลยทีเดียว เพราะว่าเว้นเสียแต่จะเป็นแหล่งรายได้พรั่งพร้อม - การได้มีส่วนร่วมในรายการนี้ไม่ต่างจากพลังดึงดูดผู้เล่นระดับดาวดังให้มาร่วมทีมอีกด้วยที่สำคัญคือการเบียดตัวเองเข้ามาเป็น 1 ใน 4 ขั้นตอนแรกของตารางพรีเมียร์ลีกดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกที
วันก่อนเพิ่งจะครบรอบ 100 วันที่ แมนฯ ยูไนเต็ด คาที่อยู่ในชั้น 6 ของตารางพรีเมียร์ลีก ว่าแล้วหลังจากนั้นก็ล้อเลียนกันสนุกสนามตามสูตรสำเร็จของโลกโซเชี่ยลจริงๆน่าจะทำบุญทำทานร้อยวันไปเลย - ไหนๆก็อยู่ในชั้น 6 ครบ 100 วันแล้วนี่ 555
คะเนดูแล้ว ฤดูกาลนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด คงจะหนีชั้น 6 ไม่พ้นแล้วล่ะ เพราะว่าจะว่าไปในฤดูกาลนี้ พวกเขาได้โอกาสสะบัดชั้น 6 ของตัวเองทิ้งไม่ต่ำกว่า 4-5 ครั้งเมื่อใดก็ตามโอกาสพุ่งเข้ามาหาก็มักมีอันต้องเกิดอะไรขึ้นสักอย่าง ยกตัวอย่างเกมปัจจุบันที่เซิ้งกับ บอร์นมัธ ในบ้าน
เกมนั้นถ้าลูกทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นข้างมีชัยก็จะดีดชั้น 6 ทิ้งไปได้อย่างแน่นอนอย่างน้อยๆ2 สัปดาห์ แต่จนแล้วจนรอดก็กลับยัดเยียดความแพ้พ่ายให้ผู้มาเยือนมิได้ ทั้งๆที่คู่แข่งขันเหลือผู้เล่น 10 แถม แมนฯ ยูไนเต็ด ได้จุดโทษอีกต่างหากอีหรอบนี้น่าจะถูกใครซักคนบนฟ้าแกล้งแล้วล่ะหรือไม่ก็คงจะถูกสาบให้อยู่ในชั้น 6 ตลอดกาลตราบจนกระทั่งจะจบฤดูกาล แค่นี้ยังไม่เพียงพอการมีศึกอื่นๆรอบด้านส่งผลให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ลงแข่งขันในพรีเมียร์ลีกล้าช้ากว่าคู่ต่อสู้อย่าง ลิเวอร์พูล
สถานการณ์ปัจจุบัน ทีมชั้น 6 ของตารางอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ถูกทีมชั้น 4 อย่าง ลิเวอร์พูล ทิ้งห่างไปเป็น 6 แต้มแล้ว แม้จะแข่งขันน้อยกว่า 2 นัดก็ตามทีต่อยก่อนเป็นต่อครับผมคือตาม 6 แต้ม โดยแข่งขันน้อยกว่า 2 นัด ดูเผินๆเสมือนไม่เสียเปรียบอะไร - เพียงแค่ชนะ 2 นัด แต้มก็จะเสมอกันในทันที
แต่ทว่ามันยังไม่เกิดขึ้นไงนะครับ แล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรมารับประกันเพราะ แมนฯ ยูไนเต็ด จะชนะทั้ง 2 นัดที่ตกค้าง ไม่ถูกกับ ลิเวอร์พูล ที่ลงเล่นไปเป็นระเบียบ และนำอยู่ 6 แต้มคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นแล้ว

เทียบเป็นจุดโทษ ลิเวอร์พูล ก็สังหารไปก่อน 2 ลูก โดยเข้าไปตุงตาข่ายทั้ง 2 ลูก ระหว่างที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้โอกาสยิงคราวหน้า 2 ครั้ง แต่ต่อให้เข้าทั้ง 2 ครั้งก็ทำเป็นเพียงแค่ตีเสมอ มิซ้ำยังกดดันกว่าต่อไปนี้มาดูโปรแกรมที่เหลืออยู่ของทั้ง 2 ทีมครับผม
ลิเวอร์พูล เหลือพบทีมใหญ่ร่วมกันเพียงแค่นัดเดียว คือบุกไปเยือน แมนฯ ซิตี้ ในวันอาทิตย์นี้ แล้วหลังจากนั้นก็มีศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้อีกนัด นอกเหนือจากนี้อีก 8 นัดที่เหลือ มีแต่ทีมที่เล็กกว่า ขณะโปรแกรมที่เหลือของ แมนฯ ยูไนเต็ด นับว่าหนักกว่าครับผม เพราะว่ายังต้องพบทีมใหญ่อย่าง เชลซี, สเปอร์ส, อาร์เซน่อล รวมถึงนัดตกค้างกับ แมนฯ ซิตี้ แถมผลงานในการพบทีมพิกัดใกล้เคียงกันไม่ค่อยโสภาสักเท่าไหร่ เพราะว่าเพิ่งจะเอาชนะได้เพียงแค่ "น้องไก่" ทีมเดียวในฤดูกาลนี้
ฉะนั้นการหวังว่าจะได้ชั้น 4 บนตารางพรีเมียร์ลีก และได้แชมป์ ยูโรปา ลีก ด้วยดูเหมือนจะเป็นอะไรที่เกินกำลังไปสักนิดสักหน่อยว่าแล้วคงต้องเลือกนะครับ เลือกไปทางใดทางหนึ่งแบบสุดกำลัง เพราะว่ามันคงยากที่จะเก็บเธอไว้ทั้ง 2 ตัว เอ๊ย! 2 คน
พรีเมียร์ลีก เหลืออีก 11 นัด ตามหลังชั้น 4 อย่าง ลิเวอร์พูล 6 แต้ม แข่งขันน้อยกว่า 2 นัด ประตู-ได้เสียด้อยกว่าอยู่ถึง 8 ประตู แปลว่าต่อให้ชนะทั้ง 2 นัดในเกมตกค้าง ถ้าคิดจะแซงหงส์แดงก็ต้องชนะคู่แข่งขัน 2 นัดรวมกันให้ได้มากกว่า 8 ประตูและไม่เฉพาะแต่ ลิเวอร์พูล ยังมีทีมชั้น 5 อย่าง อาร์เซน่อล ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องฟาดฟันด้วย
อย่างนี้เบนเป้าไปที่ ยูโรปา ลีก สุดกำลังเลยดียิ่งกว่า เพราะว่าถ้าเอาชนะ คอยสตอฟ ได้เสร็จในเกมเมื่อคืนวันพฤหัสฯ ถ้าจะไปให้ถึงตำแหน่งแชมป์ก็เหลืออีกเพียงแค่ 5 เกมแค่นั้น (2 เกมในรอบ 8 ทีม + 2 เกมในรอบตัดเชือก + 1 เกมในนัดชิงฯ)
ถ้าคิดจะเอาทั้ง 2 รายการ คือชั้น 4 ด้วย แชมป์ ยูโรปา ลีก ด้วย เว้นเสียแต่จะเกินกำลังแล้ว บางโอกาสมันอาจดึงคุ้นเคยจนถึงพุ่งชนความไม่ประสบผลสำเร็จทั้ง 2 รายการ...ก็...เป็น...ได้
ทางที่ดีพนันกับแชมป์ ยูโรปา ลีก ไปเลยดียิ่งกว่า ว่าแล้วหลังจากนั้นก็เอาค้อนปอนด์มา "ตีหม้อข้าว" ของตัวเองในพรีเมียร์ลีกทิ้งไปเลย!
คือไม่ต้องสนกับการฉกฉวยชั้น 4 อีกต่อไปพลางทำใจสารภาพชั้น 6 ของตัวเองว่ามันก็สวยดีแบบเดียวกันนะ แล้วเน้นไปในเส้นทางสาย ยูโรปา ลีก เพียงรายการเดียว เปรียบเสมือนการตีหม้อข้าวตัวเองทิ้ง เพื่อเข้าตีฐานทัพของข้าศึก ถ้าหากไม่ชนะ ถ้าหากยึดมิได้ก็จะไม่มีข้าวยัดส์ เพราะว่าตัวเองตีหม้อข้าวแตกหมดแล้ว ด้วยเหตุผลดังกล่าวต้องเอาชนะข้าศึกหรือได้แชมป์ให้ได้เพียงสถานที่เดียว
ย้อนกลับไปในปี 2005 ลิเวอร์พูล จากภูมิปัญญาของที่ปรึกษาหนวด - ราฟาเอล เบนิเตซ ก็เคยใช้วิธีนี้ครับผม คือตีหม้อข้าวตัวเองทิ้งไปเลย โดยจัดทีมแบบไม่เต็มสูบในพรีเมียร์ลีก เพื่อเน้นใน แชมเปี้ยนส์ ลีก เพียงอย่างเดียว (จนถึงถูกเพื่อนพ้องร่วมเมืองอย่าง เอฟเวอร์ตัน เอาชั้น 4 ไปครอง)

ถ้าเกิดเอ่ยถึงเทรนเนอร์ที่ชำนิชำนาญระบบกองหลัง 3 คน ในตอน 5 ปีหลังสุด แน่นอนว่าหลายๆคนน่าจะรำลึกถึง อันโตนิโอ คอนเต้ แม้กระนั้นถ้าเกิดเน้นประเด็นการเข้าทำงดงามและก็มีคุณภาพ ชื่อของ โจเซป กวาร์ดิโอล่า มักได้รับการชมเชยเป็นเบอร์ 1
วันเสาร์นี้ คอนเต้และก็กวาร์ดิโอล่ามีโปรแกรมพบกัน ซึ่งนอกจากผลที่เกิดจากการแข่งขันที่จำต้องลุ้นแล้ว การวางแท็กติกยังคู่ควรแก่การเรียนรู้ทุกนาที
คอนเต้เสกระบบ 3-4-3 ได้เพอรต์ในตอนที่ชนะแบบไม่เสียประตู 6 ครั้งต่อๆกัน แม้กระนั้นแมตช์ปัจจุบันที่เฉือน ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ 2-1 เปรียบพิมพ์เขียวให้ทีมอื่นได้ศึกษาเล่าเรียนแนวทางต่อกรแท็กติกนี้
เมาริซิโอ โปเช็ตตำหนิโน่ อ่านเกมมาก็ดีแล้ว สั่งให้แนวรุกสเปอร์สไล่เพรสซิ่งสามเซนเตอร์ฮาล์ฟเชลซีตลอดเวลาที่ได้บอล โดยมีเป้าหมายคือบีบให้เชลซีตั้งบอลจากแนวรับลำบาก
ผลสรุปตามมาคือ เวลาที่เชลซีจะเซตเกมบุกแต่ละหนจำต้องวางบอลยาวจากกองหลัง ขาดความแม่นยำ เห็นได้ชัดจากสถิติของ ดาวิด ฝ่าซ์ ที่จำต้องเตะบอลยาวทิ้งไปด้านหน้าถึง 5 ครั้ง และก็ผ่านบอลสำเร็จเพียงแค่ 68 เปอร์เซ็นต์ น้อยสุดในฤดูกาลนี้
มากมายไปกว่านั้น มิดฟิลด์ของสเปอร์สยังเพรสซิ่งหนักหน่วงไม่แพ้กัน ใช้แนวทาง 3 รุม 2 จนถึงทำให้ เนมานย่า มาตำหนิช และก็ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ มีเวลาครองบอลน้อย เชื่อมเกมลำบาก เรียกได้เต็มปากว่าแท็กติกทีแรกๆ เชลซี แพ้ สเปอร์ส ทุกกระบวนท่า
อย่างไรก็ตาม การเพรสซิ่งของสเปอร์สใช่ว่าจะไม่มีจุดอ่อน เห็นได้ชัดว่าตอน 5 นาทีท้ายที่สุดของครึ่งแรกเริ่มแผ่ว ซึ่งน่าจะมีผลมาจากเกมยุโรปกลางอาทิตย์ ก่อนจะเสียเชิงให้ เปโดร โรดริเกซ ที่จำต้องดูว่าลูกยิงแบบปั่นโค้งๆนับว่าเป็นจุดเปลี่ยนของแท้
ช่วงหลัง คอนเต้แก้เกมกลับมาดียอด พิสูจน์ให้เห็นถึงกึ๋นของกุนซือระดับท็อป โดยสั่งให้เปโดร และก็ เอแด็น อาซาร์ เข้ามาช่วยไล่บอลบริเวณกลางสนาม เปรียบการเติมมิดฟิลด์จาก 2 เป็น 4 คน แม้กระนั้นกรณีของเปโดร และก็อาซาร์ จะยืนสูงกว่า จนถึงเหมือนเล่นเป็นระบบ 3-4-2-1 มากกว่า 3-4-3
การแก้เกมคราวนี้ถือว่าเสี่ยง เพราะเหตุว่าจำต้องปล่อยให้วิงแบ็กพบเจอแนวรุกสเปอร์สแบบ 1-1 แม้กระนั้นในเมื่อสเปอร์สไม่มี ดินแดนนี่ โรส ที่เพิ่มเกมบุกมันระเบิด รวมถึงนักเตะขอบเส้นธรรมชาติอย่าง เอริค ลาเมล่า ซึ่งก็หมายความว่า เปโดรและก็อาซาร์ไม่จึงควรไปช่วยเกมรับข้างๆเสมอไป เน้นดินแดนกลางบ้างก็ได้
ผลสรุปที่ออกมาคือ เชลซีครองบอลง่ายขึ้น รวมถึงประตูขึ้นนำ 2-1 ยังมาจากจังหวะที่เปโดรตัดบอลได้บริเวณกลางสนาม โดยมี อาซาร์, ก็องเต้ และก็มาตำหนิช ที่ยืนใกล้กันซะเหมือนเป็นข้าวต้มผูก เอาชนะมิดฟิลด์สเปอร์สแบบแตกกระเจอะกระเจิง
ภาพรวมที่ออกมาถือว่าดียอด แม้กระนั้นเหมือนที่ผมบอกไปคือทีมอื่นสามารถศึกษาเล่าเรียนข้อบกพร่อง 3-4-3 ได้จากเกมนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มีกวาร์ดิโอล่าเป็นเทรนเนอร์
ผมเชื่อว่า กวาร์ดิโอล่าจำต้องดูเทปเกม เชลซี พบ สเปอร์ส เป็นประจำ และก็น่าจะใช้แผนการไม่ต่างอะไรจากสเปอร์ส เพียงแต่เอามาปรับใช้ใหม่เล็กน้อยให้เต็มความสามารถ
สิ่งแรกคือสภาพความฟิตนักเตะแมนฯ ซิตี้ ไม่ต่างอะไรกับเชลซี ได้พัก 1 อาทิตย์เต็มเช่นกัน น่าจะบีบเพรสซิ่งได้ตลอดกว่า
อย่างถัดมาคือ แมนฯ ซิตี้ มีขุมกำลังครบเครื่องทั้งมิดฟิลด์และก็ขอบเส้น ซึ่งก็หมายความว่า คอนเต้อาจไม่สามารถที่จะสั่งให้อาซาร์กับเปโดรทอดทิ้งภาระช่วยวิงแบ็กเหมือนในเกมพบสเปอร์ส เพราะเหตุว่าจะปล่อยให้ วิคเตอร์ โมเสส กับ มาร์กอส อลอนโซ่ ไปพบเจอ 1-1 กับ ราฮีม สเตอร์ลิง, โนลีโต้ หรือ เฆซุส นาบาส คงจะไม่ดีนัก (แม้กระนั้นกรณีของสเตอร์ลิงจำต้องรอคอยเช็กความฟิตอีกครั้ง)

มากมายไปกว่านั้น วัดกันถึงความสามารถมิดฟิลด์ ถึงแม้มาตำหนิกับก็องเต้จะได้ลูกดุดัน สมดุล แม้กระนั้นเมื่อวัดเรื่องศักยภาพการคอนโทรลบอลนับว่าเป็นรองแมนฯ ซิตี้ ที่สร้างทีมมาเพื่อเน้นหัวข้อนี้ แถมยังยืดหยุ่นเจริญ แผนผังการยืนเบื้องต้นมาเป็น 4-3-3 แม้กระนั้นเมื่อเล่นไปมักเปลี่ยนเป็น 4-2-3-1 ในหลายๆครั้ง
ปัจจัยต่างๆทำให้เชลซีใช้ทริกยอมสละบางตำแหน่งเพื่อเน้นส่วนอื่นได้ไม่เต็มกำลังเหมือนเกมพบสเปอร์ส จนถึงเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดปริศนาที่ว่า คอนเต้จะปรับแท็กติกอย่างไรเพื่อไม่ให้เสียทรงเกมเมื่อโดนเพรสซิ่งหนัก
โจทย์นี้ถือว่าคิดตามลำบาก ถ้าเกิดไม่มีเกมที่พบสเปอร์ส ผมเชื่อว่าคอนเต้เหนือชั้นกว่าเล็กน้อย คอยตั้งคำถาม แล้วรอคอยให้กวาร์ดิโอล่ามาเป็นฝ่ายตอบว่าจะโจมตี 3-4-3 อย่างไร? ถึงแม้กวาร์ดิโอล่าจะเคยใช้หรือเคยพบระบบกองหลัง 3 คนมาบ้าง แม้กระนั้นมันเป็นในรูปแบบประเทศสเปน โคตรแตกต่างจากอิตาลี
อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์แปรไป 3-4-3 เริ่มเผยให้มีความคิดเห็นว่าทุกแท็กติกมีจุดอ่อนร่วมกันทั้งสิ้น มันเลยเปลี่ยนเป็นว่า คอนเต้จะต้องเป็นฝ่ายตอบคำถามบ้าง...ทีมควรจะเล่นดังเดิมถัดไปเพื่อดูสถานการณ์แล้วค่อยหาทางปรับใช้? หรือจะหาอะไรใหม่ๆให้คู่ปรับเซอร์ไพรส์?
เป็นเรื่องที่คอนเต้จำต้องทำการบ้าน แม้กระนั้นกระแสวิจารณ์ต่างแดนเชื่อว่าในเบื้องต้น คอนเต้คงจะไม่สั่งให้โมเสสและก็อลอนโซ่เพิ่มเกมบุกมากเกินไป ต้องระมัดระวังหลังบ้านบ้าง
ข้อความสำคัญของโมเสสน่าสนใจมากมายสุด เป็นนักเตะที่ฟอร์มดีเกินคาด และก็เรียกได้เต็มปากว่าทีมจำเป็นมากเมื่อเล่นในระบบ 3-4-3 แม้กระนั้นเกมนี้จะเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญว่าเมื่อพบทีมที่มีปีกดีๆคอยกดจังหวะการเติมเกมบุกเอาไว้ ฟอร์มจะออกมาดีเหมือน 7 นัดหมายก่อนหน้านี้ไหม?
เควิน คิลเบน สมัยก่อนวิงแบ็กของเอฟเวอร์ตัน เคยพินิจพิจารณาเพราะโมเสสเล่นเจริญ เมื่อ เปโดร โรดริเกซ ลงตัวจริง เพราะว่าปีกชาวสแปนิชมักหุบเข้ามาอยู่ตรงกลางมากกว่าวิลมัน ที่ถูกใจยืนข้างๆโดยธรรมชาติ ซึ่งการที่เปโดรหุบเข้ามาภายใน ทำให้ฟูลแบ็กคู่ปรับต้องตามตามติดจนถึงเปิดโซนฝั่งขวาให้โมเสสได้เพิ่มเกมสะดวก
ปริศนามันอยู่นี้...ถ้าเกิดท้ายที่สุดโมเสสไม่ได้เพิ่มเกมบุกเหมือนที่นักวิพากษ์วิจารณ์คาดเดา ความสามารถเกมรุกเชลซีจะดร็อปแค่ไหน? หรือถ้าว่าคอนเต้ยังต้องการให้บุกเต็มกำลังดังเดิมถัดไป ตำแหน่งเกมรับฝั่งขวาจะเปลี่ยนเป็นข้อบกพร่องไหม?
ผมเคยเขียนคอลัมน์พินิจพิจารณาไปว่าต้นเหตุที่โมเสสบุกแบบไม่ต้องกลัวเกมรับตลอด 90 นาที เพราะเหตุว่าได้ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า คอยเคลื่อนตำแหน่งจากเซนเตอร์ฮาล์ฟมาคุมโซนแทนให้ แม้กระนั้นเวลานี้ทีมได้โอกาสที่ 3Fun88เซนเตอร์ฮาล์ฟจะโดนคู่ปรับรุมเพรสซิ่ง รุมตามติด ฉะนั้นการเคลื่อนที่เพื่อตอบแทนตำแหน่งคงจะทำได้ไม่แน่ชัด
น่าสนใจมากว่า คอนเต้จะหาทางออกหัวข้อนี้อย่างไร? ผมเชื่อว่าเมื่อแข่งจริง เชลซีคงจะไม่ถึงขั้นมาเน้นเกมรับ แม้กระนั้นคงจะรัดกุมสไตล์อิตาเลียน เพราะเหตุว่าจะให้ครองบอลบุกเหมือนก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาคงจะลำบาก พบทีมของกวาร์ดิโอล่าอย่างไรก็หาโอกาสสร้างเปอร์เซ็นต์ครองบอลมากกว่าได้ยาก
อย่างไรก็ดี บอลแบบคอนเต้เนี่ยล่ะเหมาะสมที่จะต่อสู้กับกวาร์ดิโอล่าที่สุดแล้ว วินิจฉัยกันที่ปรัชญาและก็แท็กติกล้วนๆรวมถึงมีตำแหน่งหัวหน้าฝูงเป็นเดิมพัน

ได้ยินข่าวมาสักระยะแล้วครับผมว่ามี "เสือ" ตัวหนึ่งกำลังอาละวาดอยู่ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส สร้างความลำบากให้ชาวบ้านใน ลีก เอิง อย่างจงหนัก

แต่ว่าก็มิได้ตื่นเต้นจั๊กแหล่นหรือตะลึงงันอะไรเยอะแยะ ด้วยมีความรู้สึกว่า ลีก เอิง เป็นสมรภูมิลำแข้งที่อุดมด้วยกลุ่มที่มีความอู๊ดดี้สูง หรือเอาง่ายๆว่า "หมู" นั่นแหละ

ข่าวสารการระเบิดตาข่ายแบบถล่มทลายในศึก ลีก เอิง ของกองหน้าระดับดาวดังคนหนึ่งก็เลยไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจอะไร

ขนาด มาริโอ บาโลเตลลี่ ที่กลายร่างเป็นไม้ตีพริกทื่อๆทิ่มดาร์กซ์คนไหนก็มิได้เมื่ออยู่ในพรีเมียร์ลีกยังยิงกระจายได้เลยคุณ!

หลักฐานสำคัญเป็นผู้เล่นจำพวกดาวซัลโวตีนพระกาฬจากลีกสูงสุดของประเทศฝรั่งเศสมักจะประสบพบปัญหา ผลิตสกอร์ได้ไม่กระจายดังเดิมในสมรภูมิลำแข้งที่ฮาร์ดคอร์ยิ่งกว่าอย่างพรีเมียร์ลีก

ดังเช่น มารูอาน ชามัค, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ หรือ บาเฟติเตียนมบี้ โกมิส รวมถึงรุ่นก่อนๆอย่าง สเตฟาน กีวาร์ซ หรือ ฌิบริล ซิสเซ่

เมื่อมาตะบันลำแข้งในลีกที่มาตรฐานสูงขึ้น ระดับความยากเพิ่มมากขึ้น - ปริมาณประตูก็ต่ำลงตามระเบียบกฎเกณฑ์

อนึ่ง ขออนุญาตนอกจาก ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ที่อยู่เหนือกฏเกฌฑ์ข้อนี้

ฤดูกาลนี้ ราดาเมล ฟัลเกา ลงเล่นให้ โมนาโก ใน ลีก เอิง ไปแล้ว 20 นัด โดยซ้ำๆไปแล้วถึง 16 ดอก

ค่าเฉลี่ยในการทำลายตาข่ายให้หมดสิ้นจัดว่าสูงมากครับผม แต่ว่าก็อย่างที่บอกนั่นแหละว่าบางทีอาจเกิดขึ้นจาก ลีก เอิง นั้นมีอัตราความอู๊ดดี้สูงเกินกว่าที่จะแสดงอาการวี๊ดว้ายอะไรออกมา

การอยู่กับกลุ่มที่อุดมด้วยดาวดังอย่าง โมนาโก แถมจัดเป็นกลุ่มที่อยู่สูงสุดของห่วงโซ่อาหารของ ลีก เอิง ในฤดูกาลนี้บางทีอาจมีส่วนช่วยเหลือรวมทั้งเกื้อหนุนให้ "พี่เสือ" ถล่มประตูแบบเป็นกอบเป็นกำ...ก็..เป็น..ได้

กระทั่งเมื่อคืนวันอังคารก่อนหน้าที่ผ่านมา

กลุ่มคำไทย "สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น" ก็ทำหน้าที่ของมันอย่างเคร่งครัดอีกที

แมนฯ ซิตี้ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยี่ยมของ โมนาโก ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 กลุ่มในที่สุด ครั้งแรก ท่านผู้ชมทางบ้านอย่างผมก็เลยได้เห็นฟอร์มการเล่นของ ราดาเมล ฟัลเกา แบบเต็มๆอีกที นับจากเดินคอตกออกมาจากเครื่องแบบอสุรกายแดง หลังจบฤดูกาล 2014-15 ก่อนที่จะเจอความจริงว่าพี่เสือกลับมาแล้ว

กองหน้าวัย 31 ผู้นี้กระชุ่มกระชวยขึ้นเยอะเลยทีเดียวขอรับ

ราดาเมล ฟัลเกา ทำเป็น 2 ประตูในเกมนี้

ประตูแรกจากการทะยานเข้าไปขวิดลูกตุงตาข่าย ซึ่งบ่งบอกถึงถึงสัญชาติญาณของนักล่ารวมทั้งวิญญาณของเพชฌฆาตที่กลับมาสิงร่างอีกที

ส่วนประตูที่ 2 จะต้องใช้คำว่า "เหนือดุจเทพเทวดา"

พี่เสือเอ็งโจมตีปราการหลังค่าตอบแทนเกือบจะ 50 ล้านปอนด์อย่าง จอห์น สโตนส์ กระทั่งเสียสุนัข ก่อนบรรจงชิพไม่เห็นหัวผู้เฝ้าประตูของ แมนฯ ซิตี้ อย่างเหนือชั้นสุดๆ

แม้จะสังหารจุดโทษพลาดไปแบบกล้วยๆแถม โมนาโก เป็นฝ่ายพ่าย แต่ว่าก็พอจะอนุโลมได้ว่า ราดาเมล ฟัลเกา กลับมาเป็นยอดเยี่ยมดาวถล่มประตูราวกับที่ตัวเขาเองเคยเป็นอีกที

คิดและเสียดายจัง อิอิอิ

...

ทวนเข็มนาฬิกากลับไปสักราว 4-5 ปีที่ผ่านมา

ในจุดนั้น ราดาเมล ฟัลเกา ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์หน้าตีนวางลำดับต้นๆของโลก (รวมทั้งดาวอังคาร)

2 ฤดูกาลที่เป็นโคตรเพชฌฆาตให้ แอตเลติเตียนโก มาดริด กองหน้ากลุ่มชาติโคลอมเบียผู้นี้ไล่ถล่มประตูคู่ต่อสู้ไปถึง 70 ดอก

นั่นนำมาซึ่งการทำให้โคตรมหาเศรษฐีกลุ่มหนึ่งอย่าง โมนาโก จะต้องเอาฟ่อนแบงค์ไปห่อตัวเขาออกมาจากกลุ่มยี่ห้อหมีคอมมานโด

ฤดูกาล 2013-14 หลังจากที่ลงเล่นให้ โมนาโก ไป 19 นัด โดยซ้ำๆไป 11 ประตู "เอล ติเตียนเกร" ก็มีอันจะต้องบาดเจ็บอย่างจงหนัก เว้นแต่จะอดลงเล่นในศึกบอลโลก 2014 ที่บราซิล ยังถูกลักพาตัวไปจากฟลอร์หญ้าตรงเวลากว่าครึ่งปีเลยทีเดียว

หายเจ็บกลับมาก็เปลี่ยนเป็นข่าวใหญ่ เมื่อ แมนฯ ยูไนเต็ด ตกลงยืมตัว ราดาเมล ฟัลเกา มาจาก โมนาโก มาใช้งานด้วยค่าแรงอันมหาศาล ท่ามกลางความปรีด์เปรมเกษมศานต์ของคนขายวิญญาณให้อสุรกายแดงทุกกลุ่มเหล่าที่พากันซอยบั้นกระเด้ายิกๆๆๆๆๆๆโทษฐานที่กลุ่มตนเองได้ดาวยิงลำดับต้นๆของโลกมาเป็นหน่วยล่าสังหาร

แต่ว่าก็อย่างที่รู้ดีนั่นแหละขอรับ

ฤดูกาล 2014-15 "พี่เสือ" ลงเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปทั้งปวง 29 นัด โดยยิงได้เพียงแค่ 4 ประตูแค่นั้น

อย่าว่าแต่ว่าถล่มตาข่ายเลยขอรับ เพียงแค่จับบอลยังไม่ค่อยจะอยู่เลย

จากเสือร้ายเปลี่ยนเป็นยุ่งระบากชัดๆ(โถ...พ่อคุณ)

สภาพร่างกายนี่แหละคือปัญหาใหญ่ ราดาเมล ฟัลเกา พึ่งจะกลับมาจากลักษณะของการป่วยหน้าแข้งอย่างหนัก แถมห่างเหินจากการเริงระบำบนฟลอร์หญ้าไปนานเกินกว่าที่จะปรับสภาพให้เข้ากับสมรภูมิลำแข้งที่มีทั้งความรวดเร็วรวมทั้งหนักหน่วงมากอย่างพรีเมียร์ลีก

เมื่อเล่นมิได้ รวมทั้งยิงมิได้ - ความเชื่อมั่นและมั่นใจก็เริ่มลดน้อย ยิ่งยิงมิได้ ความเชื่อมั่นและมั่นใจก็ยิ่งหดหาย

ฤดูกาลแรกของเขาในเครื่องแต่งกายอสุรกายแดงจัดว่าล้มเหลวไม่เป็นท่า

ถ้าหากเราเชื่อว่า ราดาเมล ฟัลเกา เป็นยอดเยี่ยมดาวยิงระดับตีนมหาบรรลัยคนหนึ่งในโลกลูกหนัง เพียงแต่เขาเพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บสาหัส สภาพร่างกายยังไม่สมบูรณ์เต็มร้อย - แมนฯ ยูไนเต็ด ควรให้เวลาเขาปรับนิสัยอีกสักระยะพลางเสี่ยงเดิมพันอีกสัก 1 ฤดูกาล

แต่ว่าภายหลังจากคำนวณดูแล้ว หฝ่าส์ ฟาน กัล คงมีความรู้สึกว่ามันเสี่ยงเกินความจำเป็นก็เลยตัดสินใจไม่ต่อสัญญา ด้วยประเมินว่ากองหน้าผู้นี้เป็นผู้เล่นที่หมดสภาพ

ทันใด เชลซี ในฐานะแชมป์พรีเมียร์ลีกก็โผล่เข้ามาแสยะยิ้มสยอดสยดสยอง

รู้เรื่องว่ากุนซือของกลุ่มสิงห์บลูส์ในตอนนั้นอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ คงอยาก "ลองของ" ทำนองว่าหมูไม่กลัวน้ำร้อน แถมยังได้กวนตีนอสุรกายแดงไปในตัวอีกต่างหาก เป็นมึงใช้ไม่ได้ใช่ไหม ไม่เป็นไร เดี๋ยวข้าใช้ให้ดูเอง

ฤดูกาลที่แล้วลงเล่นให้ เชลซี ทั้งปวงแค่เพียง 12 นัด (ทุกรายการ) โดยทำเป็นเพียงแค่ประตูเดียว

ใครซักคนก็เลยรำพึงรำพันอยู่คนเดียว "ถ่ม!...นึกว่าจะแน่"

ราดาเมล ฟัลเกา แทบจะไม่แตกต่างจากเสือแก่ที่สายตาฝ้ามัว-เขี้ยวเล็บผุกร่อน แถมเป็นเสือตรากตรำที่โดนลูกกระสุนปืนนายพรานกระทั่งบาดเจ็บอีกต่างหาก

"เสือตรากตรำ" ที่หมดสภาพแบบนี้ไล่ล่ากระทิงหรือกวางใหญ่ในพงไพรไม่ไหวหรอกขอรับ

จับกินได้ก็แต่ว่าน้องสุนัขของชาวบ้านแค่นั้น!

จบฤดูกาล 2015-16 อดีตดาวยิงตีนวางลำดับต้นๆของเมืองมนุษย์ผู้นี้ก็เลยไม่เป็นที่เรียกร้องของ เชลซี อีกต่อไป รวมถึงยักษ์ใหญ่กลุ่มอื่นๆด้วยกระทั่งจะต้องซมซานกลับไปเริ่มชีวิตใหม่ที่ โมนาโก อีกที

ยอมรับสารภาพตามจริงว่าผมไม่คิดว่า ราดาเมล ฟัลเกา จะกลับมาอยู่ในฟอร์มอันยอดเยี่ยมของตัวเองอีกที เนื่องจากว่ามองมุมไหนก็พบว่ามันผ่านไปหมดแล้ว เขาผ่านจุดสุดยอดของตัวเองเป็นที่เป็นระเบียบเรียบร้อย

ฤดูกาลนี้พี่เสือยิงประตูแรกให้ตนเองได้สำเร็จในเกมที่ 2 ของ ลีก เอิง ซึ่ง โมนาโก ถล่ม แรนส์ ไปด้วยสกอร์ 3-0

นับจากนั้นก็เริ่มผลิตสกอร์ได้เรื่อยโดย 9 ครั้งแรกที่เล่นให้ โมนาโก ในฤดูกาลนี้ พี่เสือเอ็งยิงได้ถึง 7 ประตู

เมื่อซ้ำๆตาข่ายได้โดยตลอด ความเชื่อมั่นและมั่นใจก็คืนมาอีกที เหมือนกับสภาพร่างกายที่สมบูรณ์มากขึ้นเรื่อยๆ

เกมล่าสุดที่ เอติเตียนฮัด สเตเดี้ยม ดาวยิงวัย 31 ผู้นี้กดไปอีก 2 ดอกตามที่บรรยายเป็นตัวหนังสือไปนั่นแหละ (คนไหนมิได้ดูถ่ายทอดสดก็ไปหาดูในคลิปเอาแล้วกัน) เท่ากับว่าฤดูกาลนี้ลงเล่นไปแล้ว 26 นัด (ทุกรายการ) โดยทำเป็น 21 ประตู

เหนือกว่าสถิติการยิงประตูที่เป็นตัวเลข เป็นฟอร์มการเล่นที่พึ่งจะเห็นแบบสดๆนี่แหละขอรับ

สัมผัสได้ถึงความกระชุ่มกระชวยดุจเสือชายหนุ่มที่สามารถผสมพันธุ์ได้วันละ 200 ดอก นั่นเป็นเหตุผลที่กล่าวว่าเพราะเหตุไรถึงมีความเห็นว่า "อวัยวะสืบพันธุ์ของเสือเพศผู้" เป็นยอดเยี่ยมยาบำรุงความสามารถทางเซ็กซ์กระทั่งเปลี่ยนเป็นเลิศในมูลเหตุให้สัตว์ป่าชนิดนี้ใกล้สิ้นพันธุ์

กว่าครึ่งปีครับผมที่ ราดาเมล ฟัลเกา นอนเบียดกับอาการบาดเจ็บ บวกกับอีก 2 ฤดูกาลเต็มๆที่อุตสาหะหาทางกลับออกมาจากเขาวงกตที่ความรันทดอดสู

สุดท้ายก็ทำสำเร็จ - เห็นแบบนี้และกระปรี้กระเปร่าครับผม

นี่เป็นตัวอย่างชั้นเยี่ยม แถมเป็นกรณีศึกษาว่า...มนุษย์เรา ถ้าหากมีความขยันหมั่นเพียรรวมทั้งอุตสาหะโดยไม่หดหู่หรือหดหู่ใจไปซะก่อน คนที่เคยเป็น "เสือ" ก็มีสิทธิ์กลับมาเป็น "เสือ" ดังเดิมได้อีกที

...ว่าและให้นึกถึงดาวเตะอีกคนที่อายุ 31 เท่า ราดาเมล ฟัลเกา ที่กำลังจะถอดใจหนีไปค้าลำแข้งพลางโกยเงินในเมืองจีนดีมากยิ่งกว่า เนื่องจากว่าเวลานี้ตนเองไม่มีที่ลงในกลุ่มตัวจริงของอสุรกายแดง


        ''แชมป์เก่า'' เลสเตอร์ ซิสตี้ตี้ ต้อนรับการมาเยือนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นบิ๊กแมตช์ที่น่าสนใจอีกหนึ่งคู่ในสัปดาห์นี้
สถานะการณ์ทั้งสองทีมที่แตกต่างทำให้เดิมพันเกมนี้ข้นคลั่ก

"เดอะ ถูส์" อยู่อันดับ 16 มี 21 คะแนนห่างจากโซนตกชั้นแค่ 2 อีกทั้งอันดับท้ายที่สุดของตารางคะแนนคือซันเดอร์แลนด์ห่างเลสเตอร์แค่ 5 แต้ม ซึ่งก็กล่าวได้ว่าช่องว่างระหว่างพวกเขากับโซนตกชั้นมีความห่างไม่มากมายอะไร

ไม่ใช่แค่อันดับ 18 อย่างคริสตัล พาเลส เพียงแค่นั้นที่พร้อมแซงพวกเขา ตรงกันข้ามทั้งฮัลล์ ที่บุกไปกระทั่งถึงเสมอแมนฯยูฯ รวมทั้งแมวดำได้โอกาสลดช่องว่างในกรณีที่เลสเตอร์พลาดท่าแพ้ในเกม มันเริ่มจากเกมนี้เมื่อจัดการแมนฯยูฯ

ในทางเดียวกัน "ปีศาจร้ายแดง" ทีมที่รองประธานสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ เป็นแฟนๆมานาน บุกมาคิง พาวเวอร์ เที่ยวนี้ไม้่มีโอกาสมากเท่าไรนัก แม้หวังพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก ภายหลังจากพลาดท่าเสมอฮัลล์ ซิตี้ อย่างน่าผิดหวัง

อันดับก็ไม่ขยับอยู่ที่ 6 มานานเหลือเกิน ฉะนั้นเกมนี้จำเป็นต้องบุกมาสอยเลสเตอร์ติดอยู่บ้านให้ได้ มิเช่นนั้นช่องว่างอันโดนยืดรวมทั้งพวกเขาก็อยู่อันดับหกต่อไป

สถานะการณ์ที่อยากความมีชัยทั้งสองทีมอย่างงี้....ผมว่าเกมนี้แฟนบอลได้กำไร ไม่มีเล่นเกมแทกว่ากล่าวก ดึงเกม เนื่องจากว่าผลเสมอทำให้เกิดโทษและส่งผลเสียรวมทั้งไม่ดีต่อทั้งสองทีมแน่ๆ

ว่ากันถึงเจ้าบ้านเวลานี้ เคลาดิโอ รานิเอรี ประจันหน้ากับปัญหาใหญ่หลวง ไม่ใช่เนื่องจากว่าคนคาดหวังเรื่องแชมป์เก่า นั่นมันคือเทพนิยายที่จบไปแล้ว สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือพวกเขาเปลี่ยนเป็นทีมที่จำเป็นต้องลุ้นเรื่องอยู่รอดหรือเปล่ารอดในพรีเมียร์ลีก

แม้นักฟุตบอลได้ขวัญกำลังใจจากท่านเจ้าคุณธงชัย ที่ให้พรว่าเลสเตอร์ไม่ตกชั้น แต่ว่าเวลานี้สถานะการณ์มันสุ่มเสี่ยงมาถึงจุดนี้แล้ว จะร้อยเปอร์เซนต์คงจะมิได้ นักฟุตบอลจำเป็นต้องสู้สุดกำลังเพื่อความมีชีวิตรอดปลอดภัยในลีกสูงสุด

มองคะแนนแล้วเลสเตอรา์เก็บได้ 21 แต้มจาก 23 เกม เป็นตัวเลขที่เลวทรามที่สุดในฐานะแชมป์เก่าที่ลงเล่นซีซั่นถัดมา ที่สำคัญฟอร์มตกแบบสุดๆมันเกิดขึ้นด้วยสถิติที่ว่าไม่ยิงประตูคนไหนกันมาสี่ครั้งต่อๆกันเป็นครั้งแรกนับสิ้นยุค ไนเจล เพียร์สัน เมื่อ พ.ย. 2014

ยุค เพียร์สันเมื่อสามปีก่อนนั้นไม่ยิงคนไหนกัน 5 ครั้งต่อๆกัน

อีกทั้งเกมนอกคิง พาวเวอร์ ในปีนี้เปลี่ยนเป็นจุดบอดของเลสเตอร์ ไปแล้ว พวกเขายังไม่ชนะคนไหนกันนอกบ้านเลยในลีกเก็บได้ 3 แต้มจากผลเสมอ 3 นัดนอกเหนือจากนั้นแพ้เรียบ คิดเฉพาะตารางนอกบ้านเลสเตอร์ อยู่อันดับ 19 คืออันดับตกชั้น

ยังดีที่ คิง พาวเวอร์ ยังมีพาวเวอร์ให้นักฟุตบอลได้ลุยสู้ พวกเขาได้ 18 แต้มในบ้าน อันดับคะแนนเฉพาะในบ้านอันดับ 10 อยู่รอดปลอดภัยสบายๆถ้าเกิดไม่คิดมากมายเล่นในบ้านจำเป็นต้องชนะให้เป็นประจำเข้าไว้ พวกเขาได้โอกาสรอดพ้นการตกชั้น

อันนี้เป็นสูตรรากฐานของทีมที่ลุ้นรอดไม่รอดในแต่ละปี

เกมในบ้านดี มีแต้มตลอด อย่างงี้ไม่ตกชั้นแน่ๆประกันได้เลย หลายทีมใช้สูตรนี้ประสบความสำเร็จ มาแล้วทั้งนั้น

ปัญหาของ รานิเอรี ยังคงมีอีกเรื่องหนึ่งคือภาวะทีมของพวกเขาที่แม้จะใหญ่ขึ้น มีเงินทุ่มซื้อนักฟุตบอลมากเพิ่มขึ้น กลับปรากฏว่านักฟุตบอลค่าตัวแพงดีกรีระดับทีมชาติหลายท่าน กลับมิได้ช่วยทีมรวมทั้งเล่นไม่เข้าระบบอะไรเลย

ต่างจากโนเนมทั้งหลายแหล่ที่เล่นกับทีมมาตลอดยุค รานิเอรี กลับทำเป็นดีกว่าชัดเจน

การที่นักฟุตบอลใหม่ประสิทธิภาพสูงๆไม่สามารถที่จะเล่นได้ดีนั้น เป็นปัญหาที่ทำให้ รานิเอรี ปวดหัวเฉพาะในลีก ซึ่งตรงกันข้ามกับชปล. ที่พวกเขาสร้างประวัติศาสตร์เข้ารอบนอคเอาต์ได้เร็ว ทั้งที่พึ่งพิงแข่งชปล. เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

จุดนี้...รานิเอรี จำเป็นต้องเร่งปรับแก้ เนื่องจากว่ากลางเดือนชปล. จะมาบวกอีกสองนัด นี่ยังมีเกมเอฟเอ คัพ รีเพลย์ให้อ่อนแรงเล่นอีกหนึ่งเกม ฉะนั้นแต้มจำเป็นต้องมา จำเป็นต้องได้ ความมีชัยจำเป็นต้องบังเกิด จะเริ่มในเกมกับแมนฯยุไนเต้ดเลยมั้ย

ผมคิดว่า...ถ้าเกิดพวกเขาชนะปีศาจร้ายแดงได้ ความมั่นใจและความเชื่อมั่น เชิงจิตวิทยาจะมาเพิ่มมากกว่าสามคะแนน

รานิเอรี เองก็ต้องการกระตุ้นผู้ร่วมทีมให้ลุยสู้กับแมนฯยูฯ รวมทั้งย้ำความมีชัยหรืออย่างเลวทรามเสมอแมนฯยูฯ ก็ไม่เสียหายอะไร ช่องว่างอาจถูกน้อยลง แต่ว่าชั่วโมงนี้แต้มเดียวก็จำเป็นต้องเอาแล้วละครับ อย่าคิดเป็นแบบอื่น

แล้วเกมนี้ รานิเอรี จะจัดทีมของเขาอย่างไรดี

ปีนีจำเป็นต้องเห็นด้วยว่านอกเหนือจากปัญหาเรื่องทีมที่ใหญ่ขึ้นกลับเล่นในลีกได้ห่วยลง ส่วนใดส่วนหนึ่งก็มาจากการที่พวกเขามี ริยาด ภูติเรส เป็นหัวหอกเกมรุกมาตลอดหนึ่งปีที่ได้แชมปฺ ปีนี้ ภูติเรส โดนจับทางได้ ตัวเขาเองก็ไม่น่าพิศวงเสมือนปีที่ผ่านมา

เกมรุกเลยขาดความน่าสะพรึงกลัวลง...ประกอบกับ เจมี วาร์ดี ก็ไม่สบโอกาสรับบอลงามๆรวมทั้งหลายทีมเล่นกับเลสเตอร์ก็ไม่บุกมากมาย ย้ำเชิง ตั้งรับคอยสวนเช่นเดียวกันเลยเปลี่ยนเป็นงานยากไปสำหรับเลสเตอร์

มันเป็นปัญหาที่มารวมตัวกันจนถึงทำให้ รานิเอรี ปวดหัว แต่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่เชื่อว่า รานิเอรี คงจะยังใช้ขุมกำลังเก่าสู้กับแมนฯยูฯ คือเอานักฟุตบอลชุดเก่าๆเป็นแกน แนวรับไม่ต้องกล่าวหลับตาคิดภาพออกสำหรับ 5 ด่านหลังของพวกเขา รวม ชไมเคิล ด้วย

กึ่งกลางรับ ดินแดนนี ดริงค์วอเตอร์ คุมเกมพร้อมกับ เอนดิดี รวมทั้ง อัลไบรท์ตัน ส่วนแนวรุกสามคน วาร์ดี, ภูติเรส รวมทั้ง เดมาไร เกรย์ ในระบบ 4-3-3 สังเกตให้ดี โอกาซากิ ปีนี้ตกเป็นผู้เล่นสำรองบ่อย

รานิเอรี ไม่น่าจะย้ำเกมรุกสู้แมนฯยูฯ แน่ๆ การตั้งรับจะแบบไหนอีกเรื่องหนึ่งครับ

รับลึกหน้าจุดโทษหรือเต็มพื้นที่ในดินแดนตัวเอง คุมโซน คอยดักจังหวะ ผีพลาดแล้วสวนกลับ ปล่อยให้ ทีมมูรินโญ เซตบอลบุกเข้าพบ แทกว่ากล่าวกของ รานิเอรี คงจะออกมาอย่างงี้ เนื่องจากว่าอย่าลืมว่านัดปัจจุบันโดนสอยเละเทะที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด 4-1

เชื่อว่าในบ้าน รานิเอรี ไม่ต้องการที่จะอยากให้แมนฯยูฯ เล่นกับพวกเขาได้อย่างงั้นอีก

เช่นกันครับปีนี้เจอแมนฯยูฯ ตั้งแต่ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ รวมทั้งพรีเมียร์ลีก แพ้ 2 นัด แต่ว่านั่นไม่ใช่ที่บ้านของเลสเตอรฺ์ ฉะนั้นต่อหน้าแฟนตัวเองเกมนี้ จะปล่อยให้เป็นนัดที่สามต่อเนื่องกันต่อผีแดงมิได้โดยเด็ดขาด

มันควรจะมีอะไรพิเศษงัดมาสู้...นั่นคือเกมรับแล้วคอยสวนซึ่งพวกเขามีทีเด็ดอยู่แล้ว

ทางฝั่งแมนฯยูไนเต็ด ของ มูรินโญ โดนแฟนบ่นยับหลังเสมอฮัลล์ ซิตี้ 0-0 ทำให้่อันดับไม่ขยับ ทั้งที่กรุ๊ปบนพลาดหลุดเสมอกับแพ้ พวกเขาแข่งขันคราวหลังกลับไม่สามารถที่จะฉกชุบมือเปิบนั้นเอาไว้ได้

ยังแช่อยู่ที่ 6 ต่อไป

เกมนี้ มูรินโญ คงจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นอีกคราวหลังจากนัดก่อนจะว่าไปก็พลาดเช่นเดียวกันที่ไม่มี เฟลไลนี ลงไปในสนาม แม้แต่ชื่อสำรองก็ไม่มี ข่าวสารก็มิได้กล่าวว่าเจ็บอะไร แต่ว่าเพราะอะไรมิได้ลงเล่นทั้งที่ ฟู ยังเพียงพอมีคุณประโยชน์ต่อเกมที่มันตื้อๆแล้วทำอะไรคู่แข่งขันมิได้

นัดนี้เชื่อเลยว่า เฟลไลนี จะกลับมาเล่นตัวจริง เช่นเดียวกันกับตัวรุกอีกคนหนึ่งคือ มาร์กซิยาล ส่วนนักฟุตบอลที่แฟนผีต้องการมองเห็นลงไปในสนามสูงที่สุด แต่ว่า มูรินโญ คงจะไม่ใช้คือ บาสเตียน ชไวน์สไตนร์

ไม่รู้ว่าเกลียดชังอะไรนักหนา...

ชไวนี พิสูจน์ให้มองเห็นแล้วว่าเขาเองมืออาชีพ ทั้งที่นักฟุตบอลระดับเขาผ่านเกม ผ่านการบรรลุผลมากกว่า ไมเคิล คาร์ริค ด้วยซ้ำ อายุก็น้อยกว่า จะกล่าวว่าเก่งกว่าก็ได้อยู่ครับ แต่ว่า มูรินโย กลับละเลย

ให้เล่นเนื่องจากว่าในเวลานี้กองกลางไม่มีผู้ใดเหลือแล้ว เมื่อขาย มอร์แกน ชไนเดอลิน ออกไปจากทีม

ชไวนี ยังมีคุณประโยชน์กับเกมระดับนี้ รวมทั้งเขาเองมืออาชีพ ซุ่มฝึกซ้อมกับทีม ไม่คิดย้ายทีมไปไหน ต้องการพิสูจน์ตัวเองว่ามีคุณประโยชน์กับทีม แต่ว่า มูรินโญ กลับไม่เลือก ให้เล่นแบบเสียมิได้ จำเป็นต้องมองว่านัดนี้จะใช้หรือเปล่า (คงจะไม่ใช้)

ดูแล้วการจัดตัวคงจะออกมาเป็น คริส สมอลลิง กับ มาร์กอส โรโฮ, บลินด์, วาเลนเซีย กึ่งกลางก็ เฟลไลนี, คาร์ริค, ป๊อกบา พร้อมกับ มคิทาร์ยาน, มาร์กซิยาล รวมทั้ง อิบราฮิโมวิช เชื่อว่านัดนี้ มาร์กซิยาล คงจะสบโอกาสลงเล่นตัวจริง ถ้าเกิดไม่ใช่ก็ ฆวน มาต้า

มูรินโญ คงจะจำเป็นต้องอ่านไต๋ของ รานิเอรี ออกว่าแม้เป็นเจ้าบ้านแต่ว่าไม่น่าบุก ย้ำเกมตอบโต้กลับเพือหวังผลโจมตีตลบหลังแมนฯยูฯ ฉะนั้นเขาถูกบีบให้จำเป็นต้องบุก ก็คงจะบุกแบบไม่พรวดพราด รวมทั้งหวังโจมตีริมเส้น รวมถึงใช้ลูกตั้งแต่ ลูกครอสให้มีคุณประโยชน์สูงที่สุด

มี เฟลไลนี อยู่แล้วไม่ต้องกลัว

แม้..เลสเตอร์ มีคู่ซี้ ฮูธกับ มอร์แกน ที่เล่นลูกกลางอากาศดี แต่ว่าแบกสองข้างของเลสเตอร์ ก็มิได้เล่นลูกกลางอากาศได้ดีเท่า เชื่อว่าการโจมตีของ มูรินโญ ถ้าเกิดย้ำภาคพื้นอากาศ เขาคงจะเลือกเสาสองรวมทั้งเสาแรกเป็นหลัก มากกว่าบอมเข้าไปแถวจุดลูกโทษ

ไม่ว่าจะเป็นเตะมุม, ฟรีคิก หรือการเปิดบอลจากข้างๆ กล่าวอีกนัยหนึ่งมันจำเป็นต้องให้่ผ่านหัว ฮูธ กับ มอร์แกน โดย อิบราฮิโมวิช เป็นตัวหลอก หรือมิเช่นนั้นก็วัดกันไปเลย ทั้งอิบรา, เฟลไลนี ซึ่งก็สู้ได้อยู่นะครับ ถ้าเกิดแย่งโหม่งกัน

ที่ย้ำตามมาคือบอลจังหวะสอง ในกรณีที่ คู่เซนเตอร์เลสเตอร์ ชิงโหม่งได้ บอลหลุดออกมาพื้นที่อันตราย ผู้เล่นแถวสองของผีแดง จำเป็นต้องมีส่วนช่วยเก็บบอล หนุนไปใหม่หรือเซตบอลเพื่อหาจังหวะยิงประตู

หมากของ มูรินโญ คงจะออกมาอย่างงี้

บอลข้างๆ ครอสเข้ามาจะใช้มากมายรวมทั้งย้ำเซตพีส เนื่องจากว่าดูแล้วเจาะตรงกลางแน่นแน่ เลสเตอร์ รับเต็มพิกัด

ส่วนแฟนผีก็จำเป็นต้องลุ้นประเด็นการจบสกอร์ของพวกเขาว่าจะเด็ดขาดมากมายน้อยขนาดไหน เนื่องจากว่าปัญหาเวลานี้ไม่ใช่เรื่องอื่นใด นอกจากไปจากการยิงประตูของพวกเขาที่จำเป็นต้องเด็ดขาดมากกว่านี้ ไม่ใช่ทิ้งขว้างจังหวะทองคำ

จะดี-ร้ายสักเท่าใด เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ก็คงจะมีที่ยืนในสังคมพรีเมียร์ลีกฤดูกาลหน้าต่อไป ข้างหลังเพิ่งจะกำชัยล้ำค่าในเกมพนันแต้มไป-กลับเมื่อวันเสาร์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
ความมีชัยเหนือสวอนซี สิตี้ จากประตูโทนของ เชคู กูยาเต้ ได้ส่งให้ทีมขุนค้อนของ สลาเวน บิลิช หายใจโล่งคอขึ้นเยอะแยะในอันดับ 14 ของตารางคะแนน เหนือสิ่งอื่นใดยังดีดตัวทิ้งห่าง "หงส์ขาว" คู่แข่งในสนามเมื่อวันวานไปไกลถึง 8 แต้มอีกต่างหากจึงนับว่าเป็นแมตช์ปลดแอกสำหรับชาว "เดอะ แฮมเมอร์ส" อย่างแท้จริง ข้างหลังเผชิญช่วงเวลาตกต่ำสุดอธิบายพ่ายในลีก 5 นัดหมายรวด ไล่ตั้งแต่ปราชัยเชลซี 1-2, บอร์นมัธ 2-3, เลสเตอร์ 2-3, ฮัลล์ สิตี้ 1-2 และก็อาร์เซน่อล 0-37 เกมติดต่อกันแพ้คนไหนกัน ได้แค่ 2 แต้มจากผลเสมอเวสต์บรอมวิช 2-2 และก็วัตฟอร์ด 1-1ย้อนไกลกว่านั้น 9 แมตช์ปัจจุบันได้เฮเพียงแต่เพียงอย่างเดียวจากทริปฝ่าใต้ไปตีเซ่าธ์แฮมป์ตัน 3-1
เพลานี้สภาพภูมิอากาศในกรุงลอนดอนช่างปลอดโปร่งสมกับฤดูใบไม้ผลิ มีแดดออกลมพัดกำลังดี ถ้าหากแม้กระนั้นคนละอารมณ์กันอย่างสิ้นเชิงในหมู่กองเชียร์เวสต์แฮม
สลาเวน บิลิช ผู้จัดการทีมชาวโครแอตเรียกร้องให้ลูกทีมยืนหยัดต่อสู้ด้วยกันระหว่างแถลงข่าวก่อนแมตช์ และก็สุดท้ายก็มาได้รางวัลตอบแทน
รูปเกมโดยรวมอาจไม่ค่อยสวยงาม ต่อเมื่อแง่งามเป็น "ความมีชัย" และก็ผลงานการเล่นเกมรับที่น่าประทับใจ ไม่เสียประตูครั้งแรกในรอบ 11 นัดหมาย
ไลน์-อัพแปลงเพียงแต่ตำแหน่งเดียวจากนัดหมายเยี่ยมอาร์เซน่อลเมื่อกลางอาทิตย์ โดยส่ง โรเบิร์ต สน็อดกราสส์ ลงตัวจริงแทน แอนดี้ แคร์โรลล์ หอกร่างใหญ่ซึ่งสภาพร่างกายไม่ฟิต
ดูตามขั้นตอนการยืน สน็อดกราสส์ ลงเลื้อยริมทางขวา อีกฟากเป็น มานูเอล ลันสินี่ ส่วน มิคาอิล อันโตนิโอ ถูกดันเล่นกองหน้าสลับกันขึ้นกับ อันเดร อายิว ผู้ได้ลงล่าตาข่ายต้สังกัดเก่า
นอกจากนั้นดังเดิม มาร์ค โนเบิล กัปตันทีมคุมแดนกลางร่วมกับ กูยาเต้ แบ็กโฟร์มี แซม บายแรม, โชเซ่ ฟอนเต้, เจมส์ คอลลินส์, อาร์กตูร์ มาซูอากู และก็ผู้เฝ้าประตู ดาร แรนดอล์ฟ
ลูกทีมของ บิลิช ทุ่มเทเป็นพิเศษตั้งแต่คุณครู เควิน เฟรนด์ เป่านกหวีด มีลุ้นทันทีทันใดจากจังหวะของ อันโตนิโอ รวมถึงจังหวะที่ ลูคัส ฟาเบียนสกี้ จับลูกโขกเผาขนจาก สน็อดกราส์ บนเส้นประตูพอดี
เวสต์แฮมทำสกอร์นำจนได้ใน "ช่วงเวลาเมืองนรก" นาที 44 จากบอลเดิมที่ โนเบิล ผู้ฉลองสวมเสื้อเลือดหมู-ฟ้าครบหลัก 400 ป้ายขึ้นหน้าให้ สน็อดกราสส์ ถวายพาน กูยาเต้ ตะบันเต็มข้อ 25 หลาแทงตูดตาข่าย
ชอตถัดมา ห้องเครื่องทีมชาติเซเนกัล ล้นเข้าไปสวมกอดกับแฟนบอลที่นั่งติดขอบสนามโดยทันที--นี่เป็นอารมณ์ร่วมที่ต่างฝ่ายต่างแสดงออกให้เห็นว่ามุ่งมาดปรารถนาความมีชัยมากพอไหน
เป็นโมเมนต์น่าประทับใจจนมาโดนติดเบรกด้วยใบเหลืองแจกให้ตามกฎการแข่งขัน ซึ่งบางโอกาสก็รู้สึกว่าควรหยวนๆกันหน่อยในเมื่อมันไม่ใช่การกระทำร้ายแรง หรือทีท่ายั่วยวนฝ่ายตรงข้ามแต่อย่างใดเลย
ส่วนร่วมแอสซิสต์ของจอมเลื้อยทีมชาติสกอตแลนด์ก็นับเกิดเรื่องที่ดี ข้างหลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ฟอร์มการเล่นอยู่เป็นประจำมานับตั้งแต่ย้ายจากฮัลล์ในช่วงตลาดหน้าหนาว

ช่วงเวลาที่เหลือไร้สกอร์เพิ่ม กระนั้นต้องดูขุนศึกหลังบ้านเวสต์แฮมที่เล่นกันมีระเบียบวินัย พร้อมใจกันกันเข้าซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คอลลินส์ และก็ บายแรม ต่างบล็อกจังหวะสำคัญไว้ได้ในช่วงท้ายเกม
สิ้นเสียงนกหวีดไปด้วย 3 แต้มแสนล้ำค่า แต่ทว่ามีปัญหาตามมาให้ บิลิช ต้องขบคิดอีกกระทอกจากการสูญเสียคีย์แมนถึง 2 หน่อโนเบิล กัปตันวันแมนคลับโดนใบเหลืองในนาที 38 สะสมยอดครบเลข 10 พร้อมโทษพักลำแข้ง 2 นัดหมายหน้า
ไม่เพียงแค่นั้น อันโตนิโอ ปีกเจ้าเวหะตัวท็อปสกอร์ 9 ประตู ยังมาเจ็บเอ็นข้างหลังต้นขา กระทั่งต้องวิงวอนแปลงออกเองในไม่กี่อึดใจก่อนได้ประตูนำ
ตัวรุกวัย 27 ได้ขึ้นบัญชีลำแข้งเดี้ยงตาม อารอน เครสส์เวลล์, วินสตัน รีด, อันเจโล อ็อกบอนน่า และก็ เปโดร โอเบียง ซึ่งเดี้ยงไปก่อนหน้าแต่ละรายนามที่ว่ามาล้วนแต่เป็นขุนศึกตัวจริงทั้งนั้นเลย!
อย่างไรสิ่งสำคัญที่สุดก็คือความมีชัย ซึ่งทำให้เวสต์แฮมเก็บแต้มรวมทั้งสิ้น 36 ขออีกเพียงแต่ 4 จาก 6 เกมด้านหลังก็พอเพียงยืนยันรอดตายตามมาตรฐานค่าถัวเฉลี่ย
ต่อเมื่อใช้ตรรกะเดียวกันก็น่าวิตกทีเดียวสำหรับสวอนซี ซึ่งมีเพียงแต่ 28 คะแนน โดนฮัลล์ถีบส่งลงโซนแดงตั้งแต่เมื่อมิดวีกในช่องว่าง 2 แต้ม
ดูดีขึ้นขึ้นอยู่กับดีๆในฉับพลันที่ พอล คลีเมนต์ เข้ามารั้งบังเหียนรับช่วงต่อ บ็อบ กางร็ดลี่ย์ ท้ายที่สุดท่าจะเข้าอีหรอบเดิมซะอย่างนั้น! รวมผลพ่ายที่โอลิมปิก สเตเดี้ยมไปด้วย ทีมแคว้นเวลส์ได้แค่แต้มเดียวเพียงแค่นั้นในรอบ 5 เกมก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
1 แต้มดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วมาจากแมตช์ในบ้านกับมิดเดิ้ลสโบรช์ โดยเสมอ 0-0 แบบเกือบจะแพ้ถ้าหาก รูดี้ เชสเตด หอกแขกโหม่งตรงเป้าแม่นๆอีกนิดเมื่อวันพุธก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาก็โดนสเปอร์สรัวแซง 3 เม็ดในช่วง 2 นาทีด้านหลังรวมทดเจ็บติดอยู่รังลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยมอีกต่างหากในทริปบุกสังเวียนเขตสแตรทฟอร์ดยิ่งหนัก ส่องตรงเป้าแค่ 1 ครั้งตลอด 90 นาทีจังหวะแจ่มแจ้งจริงๆต้องรอคอยถึงครึ่งหลังจาก ลูเซียโน่ ทุ่งนาร์สิงห์ ปีกสำรองชาวดัตช์ซัดผ่านคาน
ปัญหาของทีมหงส์ขาวเว้นแต่เสียประตูง่าย มิได้คลีนชีตนอกบ้าน 15 เกมรวด ก็ยังมีหลักสำคัญเกมรุกที่ลดคุณภาพไปเยอะแยะเมื่อไร้เงา เฟร์นานโด ยอเรนเต้ ติดโผ 11 คนแรก
หอกยักษ์เลือดบาสก์เจ็บข้อเท้าจนวืดทั้ง 2 นัดหมายก่อน กระนั้นเพียงพอกลับมาสำรองได้เมื่อวันเสาร์ก็ยังขาดแมตช์ฟิต สร้างอันตรายอะไรมิได้เลย
ความหวังพังทลายสกอร์ต้องฝากฝังไว้กับ จอร์แดน อายิว น้องชายแท้ๆของ อันเดร ซึ่งสัมผัสบอลในกรอบจุดโทษเกือบจะนับครั้งได้เลยกิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน นักฟุตบอลที่เหมาะสมที่สุดของทีมก็มาเจอเกมที่เงียบ อาละวาดไม่ออกซะอีกอีกปัญหายิ่งนักร้ายแรงกว่าเป็น "ประสิทธิภาพเชิงลึก"
พอล คลีเมนต์ เกือบจะยึดตัวจริงชุดเดิมตลอด 3 นัดหมายข้างหลังที่ไม่มี ยอเรนเต้ แปลงแค่จุดเดียวตรงปีกขวา--ทุ่งนาร์สิงห์ ลงเจอโบโร่ ก่อนปรับเอา เวย์น พวกเราท์เล็ดจ์ ลงเลื้อยในแมตช์บู๊สเปอร์ส และก็เวสต์แฮม
นอกจากนั้นดังเดิมเด๊ะ ฟาเบียนสกี้ เฝ้าเสา แผงข้างหลังมี ไคล์ นอห์ตัน, เฟเดริเก๋ เฟร์นานเดซ, แอลฟี่ มอว์สัน, มาร์ติน โอลส์สัน แดนกลาง ลีรอย แฟร์, แจ็ค คอร์ก, ทอม แคร์โรลล์ ตลอดจนสามประสานข้างหน้าอย่าง พวกเราท์เล็ดจ์, อายิว และก็ ซิกข์กี้
ครั้นเมื่อหันไปยังชอยส์อื่นๆและก็อ่อนอกออกใจ ไม่นับ ยอเรนเต้ ก็มี กี ซอง-เยือง ห้องเครื่องประเทศเกาหลีใต้ที่ดร็อปลงไปเยอะแยะ, เจฟเฟอร์สัน มอนเตโร่ จอมเลื้อยเอกวาดอร์หมดสภาพเดี่้ยงไปนานอ่อ...เกือบจะลืม บอร์ฆา บาสโตน ดาวยิงประเทศสเปนค่าจ้างแพง ผู้ยังปรับนิสัยมิได้นับตั้งแต่ย้ายมาจากแอต.มาดริดอีกคน! อย่างไรก็แล้วแต่ คลีเมนต์ จะได้แปลงโผแน่ๆ2 ตำแหน่งในนัดหมายหน้าที่บ้านวัตฟอร์ดยอเรนเต้ น่าเอากลับคืนตัวจริงในเมื่อใช้งาน อายิว คนน้องแล้วไม่เวิร์กยิ่งกว่านั้น คอร์ก มิดฟิลด์กัปตันทีมดันข้อเท้าเดี้ยงเพิ่ม ต้องลุ้นฟิตตัวโก่งแม้กระนั้นแนวโน้มชวดมีสูงเวลาไม่รออยู่ คลีเมนต์ แอนด์โค ต้องรีบคิดรีบทำนำพาสวอนซีกลับมาเก็บแต้มให้ได้เสมือนขั้นแรกๆที่เข้ามารับงาน

แต้มห่าง 7 อาทิตย์นี้มีโปรแกรมต่างช่วงกันแล้วก็เป็นทีมไก่เดือยทองมีโอกาสลดช่องว่างเหลือ 4 ให้เชลซีกดดัน ถ้าพวกเขาชนะวัตฟอร์ด ได้ก่อน ปล่อยให้เชลซีบุกเยือนบอร์นมัธ ด้วยแรงกดดันบ้าง

ภายหลังจากทีมคอนเต้ชนะในเกมปัจจุบันเขากล่าวว่าขออีก 18 แต้มจาก 24 ที่เหลือ นั่นเป็นชนะ 6 นัด ถ้าเกิดเป็นไปได้ชนะรวด 6 นัดนี้เลย เชลซีจะคว้าชัยชนะพรีภรรยารฺ์ลีกในทันที

ในจุดนี้เชลซีไม่ต้องสนใจสเปอร์ส เล่นเพื่อทีมตนเอง เล่นเพื่อชนะอย่างเดียว จะชนะแบบไหน ต้องชนะ เพื่อทำให้ช่องว่างนั้นดำรงอยู่อย่างงี้หรือบางทีอาจโชคดีถ้าเกิดสเปอร์สสะดุดมันจะเพิ่มขึ้นแล้วก็ได้ผลเชิงจิตวิทยาให้พวกเขามีโอกาสใกล้แชมป์มากกว่าชนะรวด 6 นัด

มันบางทีอาจจะเหลือ 5 หรือ 4 ก้ได้่ครับผม
กล่าวคือแชมป์อยู่ในมือเชลซีแล้วก็เป็นทีมคอนเต้ ถือถ้วยพรีเมียร์ลีกอยู่ ขณะที่สเปอร์สพยายามมายื้อแย่งอยู่ในเวลานี้

สเปอร์สมีโอกาสมั้ยครับผม???

ผมว่ามีนะครับ

7 คะแนนกับอีก 8 นัดไม่ห่างครับผม แม้มันดูเป็นใจให้เชลซีแม้กระนั้นจากการที่พวกเขาพลาดท่าสะดุดต่อคริสตัล พาเลส ติดอยู่บ้าน มันทำให้เห็นว่าช่วงท้ายฤดูกาล ความเคร่งเครียด แรงกดดัน ความเกร็งมาเยือนแล้ว

ทั้งๆที่เกมของพวกเขาเหนือกว่าพาเลส ช่องทางยิงมากมาย แต่กลับพลาดไปหมด

ทีมลุ้นแชมป์ชังแล้วก็กลัวเรื่องอย่างงี้ครับผม เล่นแล้วมันดูตั้งใจเกินไปทั่จะยิง ที่จะชนะคู่ปรปักษ์ มันผิดธรรมชาติตนเองไปซะอย่างงั้น เป็นถ้าเกิดเชลซีไม่แพ้พาเลส แล้วก็ในวันนั้นสเปอร์สคงจะแพ้สวอนซีอยู่แล้วครับผม

แต้มนำ 10 จวบจนกระทั่งช่วงทดในช่วงเวลาที่ลิเบอร์ตี้ กลายเป็นผู้ร่วมทีม เมาริซิโอ โปเชตติเตียนโน มีลูกฮึดไล่ยิงสามประตูระหว่างนาทีที่ 88, 90+1 จนกระทั่ง 90+4 ยิงสามประตูในช่วง 6 นาที กล่าวคือยืงประตูทุกๆสองนาที

ทั้งๆที่ไม่มีตัวความปรารถนาอย่าง แฮร์รี เคน ลงในสนาม

นั่นเป็นข่าวดีแล้วก็แง่มุมบวกๆของแฟนไก่แล้วก็ทำให้พวกเขาหลุดพ้นจากคำว่า spursy ที่เป็นนิยามของพวกเขาที่มักพลาดท่า ตกม้าตายในเกมสำคัญแล้วก็เกมที่อยากความมีชัยเพื่อลุ้นต่อ ถ้าเกิดเทียบกับปีที่แล้ว

ระยะนี้พวกเขาเริ่มห่วยนั่นแหละครับผม แม้กระนั้นปีนี้พวกเขายังสู้ต่อ ยังไม่หมดลุ้น มันยังมีโอกาสถ้าเกิดสู้ต่อแล้วก็หวังว่าความมีชัยต่อเกมกับสวอนซี จะเป็นพลังแอบแฝงให้นักฟุตบอลสเปอร์ส เดินหน้าสู้ต่อ ทั้งๆที่ความปรารถนามีไม่มาก

เพราะว่าแชมป์อยู่ในมือเชลซี แล้วก็จะต้องเป็นเชลซีเพียงแค่นั้นที่จะพลาด

แฟนไก่รอลุ้นให้ตนเองชนะไว้ก่อน หลังจากนั้นค่อยว่ากัน ถ้าเกิดตนเองยังชนะมิได้แล้วก็อดสามแต้ม ผมว่าอันนี้ยากละ เพราะเหตุว่านี่มิได้แข่งกับตนเอง พวกเขาแข่งกับเชลซี ที่มีความผิดพลาดน้อย นานๆแพ้คราว

แม้กระนั้นไม่ต้องมาก...ไม่ต้องถึงกับแพ้หรอกครับผมใน 8 นัดที่เหลือ ทดลองพลาดท่าเสมอสักสองนัดติด แล้วสเปอร์สชนะรวด

มันจะเป็น 6 ต่อ 2 แต้ม เท่ากับเชลซีได้เพิ่มมา 2 เป็น 9 แต้มที่ห่าง แล้วลบออก 6 จะเหลือเพียงแค่ 3 เท่านี้ทีมตราไก่มีโอกาสคว้าชัยชนะได้เท่าๆกับเชลซีแล้วนะครับ มันเป็น 51-49 แล้วนะครับ ถ้าเกิดนำกันเพียงแค่สามคะแนน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยเสียท่าต่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นเพราะเหตุว่าผลเสมอ 3 นัดในช่วงโค้งสุดท้าย หรือเคยเสียแชมป์ให้ อาร์เซนอลตอนนำ 11 แต้มเมื่อถึงเดือน มี.ค. แม้กระนั้นปืนชนะรวด 10 นัดในที่สุด ผีหลุดเสมอสองสามนัด มีแพ้ด้วย

จบเลย....

ถึงแม้ว่าอันโตนีโอ คอนเต้ เคยตกม้าตายกับยูเวนตุๆส แบบว่านำ 5 เมื่อเหลือ 3 นัด แม้กระนั้นดันแพ้แล้ว ยกแชมป์ให้ลาซิโอไป

แฟนกัลโช คิดออกดีครับผมซีซั่น 1999-2000 ผมเคยเขียนไปคราวหนึ่ง ด้วยความรู้สึกไม่สบายใจของ คอนเต้ ในฐานะนักฟุตบอลยูเวนตุๆสแล้วก็นายจ้างเขาเป็น คาร์โล อันเชลอตติเตียน 8 นัดในที่สุดแพ้ 4 จากที่นำห่าง

ก่อนลงในสนามนัดในที่สุดลาซิโอ ของสเวนโกรัน อีริคส์สัน ตาม 2 แต้ม แล้วก็ไปเยือนเรจจิน่า...เป็นลาซิโอ ชนะเจ้าบ้าน เรจจิน่า นั้นเป็นไปได้แน่นอน เล่นที่สนาม เรนาโต คูรี ไม่มีปัญหา แม้กระนั้นการที่ยูเวนตุๆสพบกับเปรูจา ที่รอดพ้นการตกชั้นไปแล้ว

คนใดกล้าค้ำประกันว่าเปรูจา จะเล่นเต็มที่???

หนักกว่านั้นเป็นเกมของลาซิโอจบก่อน แม้กระนั้นเกมของยูเวยังไม่จบ ฝนตกหนักเกมเลื่อนไป 80 นาที ถ้าเกิดเรียลไทม์เป็น ลาซิโอ ในช่วงเวลานั้นแซงขึ้นเป็นผู้นำฝูงในนัดในที่สุดรอให้ยูเวนตุๆสเตะจบ แล้วก็ถ้าเกิดชนะเปรูจา เจ้าม้าลายก็คว้าชัยชนะเหมือนกัน

ผลเป็นยูเวนตุๆสแพ้เปรูจา 1-0 จากลูกอลหม่านหน้าจุดโทษ...แล้วก็ตีเสมอมิได้ แพ้นัดในที่สุดถึงกับชวดแชมป์หน้าตาเฉย!

เรื่องราวเหล่านี้อยู่ในหัวของ คอนเต้ จนทำให้พวกเราเองอดคิดมิได้ว่า....เขามีบทเรียนราคาสูงเมื่อ 17 ปีก่อน สมัยเป๋นนักฟุตบอล หัวข้อนี้ไม่น่ากลับมาหลอกอีกรอบ เขาต้องแก้ไขมันให้ได้เมื่อมาเป็นโค้ช

แม้กระนั้นอย่างว่าแหละครับริษัท...ตราบเท่าที่คุณยังทำการแข่งขันชิงชัยอยู่ ช่องทางอย่างงี้มันมีกำเนิดขึ้นอยู่แล้วครับผม

คาร์โล อันเชลอตติเตียน เคยพลาดแชมป์สคูเดตโต เมื่อในช่วงเวลานั้น เขาก็ยังพลาดแชมป์ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีกทั้งๆที่นำหงส์แดง ลิเวอร์พูลในปี 2005 อยู่สามลูกเมื่อจบครึ่งแรก แม้กระนั้นในที่สุดโดนตีเสมอแล้วก็ยืดเวลาพิเศษบุกอย่างไรก็ยิงมิได้ แถมแพ้จุดลูกโทษอีก

คอนเต้....คงจะคิดมากแล้วก็ต้องพยายามกระตุ้นผู้ร่วมทีมว่านำ 7 แต้ม อย่าหลงระเริง แล้วก็ประมาทผู้ตามอย่างสเปอร์ส ที่คงจะแพ้สวอนซี แม้กระนั้นเพียงพอตีเสมอได้นาทีที่ 88 พวกเขาสอยอีกสองลูกจนหมดเวลา พลิกกลับมาชนะ 3-1

เรื่องราวอย่างงี้มันไม่ใช่ชนะแล้วได้เพียงแค่สามแต้ม

สเปอร์สได้ 9 แต้มเลยครับผมวันชนะสวอนซี

แทนที่ถ้าเกิดแพ้แต้มจะกลับไป 10 แล้วหดหู่ลุ้นแชมป์ในจุดนี้ สเปอร์สมีหวัง แม้กระนั้นคงจะไม่มากเท่ากับเชลซี อันนี้ตามหน้าเสื่อนะครับ แล้วก็แม้ส่ายตาดูดูโปรแกรม 8 นัดในที่สุด ถ้าเกิดเชลซีอยากชนะ 6 นัด

พวกเขาจำเป็นจะต้องพบกับคนใดบ้าง แล้วก็สเปอร์สเองเจอกับคนใดบ้าง

เชลซี สเปอร์ส

นัดที่ 31 บอร์นมัธ(ย) วัตฟอร์ด (ห)

นัดที่ 32 แมนฯยูฯ (ย) บอร์นมัธ (ห)

นัดที่ 33 เซาแฮมป์ตัน(ห) พาเลส (ย)

นัดที่ 34 เอฟเวอร์ตัน (ย) อาร์เซนอล (ห)

นัดที่ 35 โบโร (ห) เวสต์แฮม (ย)

นัดที่ 36 เวสต์บรอม (ย) แมนฯยูฯ (ห)

นัดที่ 37 ซันเดอร์แลนด์ (ห) ฮัลล์ (ย)

ส่วนเกมเชลซีตกค้างวัตฟอร์ด แล้วก็สเปอร์สตกค้างกับ เลสเตอร์ นั้น รอลงวันแล้วก็เวลาทั้งคู่โปรแกรมเพราะสองทีมนี้มีคิวเตะเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ ในวันที่ 22 เม.ย. เจอกันเอง พิสูจน์กันเพราะว่าคนใดมีโอกาสลุ้นดับเบิลแชมป์ได้

ถ้าเกิดดูโปรแกรมและก็หนักค่อยไม่ได้แตกต่างกัน แฟนเชลซี มองดูไปที่เกมแมนฯยูฯ กับ เอฟเวอร์ตัน ส่วนแฟนไก่นั้นมองดูเกม อาร์เซนอล, แมนฯยูฯ แล้วก็แถมเลสเตอร์ ซิตี้ ที่ชนะรวดทุกนัดกลับมาเป็นทีมแชมป์ดังเดิม

ปัญหาอยู่ที่ว่านับนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป.....คนใดสะดุด พบเจอปัญหาแน่นอน

สเปอร์สสะดุด ช่องว่างจะห่างแล้วก็แทบหมดลุ้น แม้กระนั้นถ้าเกิดเชลซีสะดุดแลสเปอร์สเก็บได้ พวกเขามีลุ้นแชมป์แบบเต็มกำลัง แล้วก็สามารถพูดได้เต็มปากว่ามีโอกาสเป็นแชมป์ แต้ม 7 ในเวลานี้ สะดุดสักนัดสองนัด โดยเฉพาะเชลซี ช่องว่างจะลดฮวบฮาบ

ในช่วงนี้คงจะต้องให้เครดิตทีมเชลซีของ คอนเต้ ก่อนว่า มีคุณลักษณะเด่นมากกว่าข้อเสีย แล้วก็พวกเขาพร้อมเป็นแชมป์มากกว่าสเปอร์ส อันนี้ว่ากันตามหน้าเสื่อ ไม่ใช่ว่ากันด้วยความปรารถนา แม้กระนั้นถ้าเกิดทีมของคอนเต้ ไม่สามารถที่จะนำคุณลักษณะเด่นตนเองเรื่อง รัดกุม พลาดยากเสียยาก มาใช้ได้ทันทีทันควัน

เสียสมาธิแล้วก็กดดันตนเองมากไป ข้อเสียของพวกเขาจะก้าวมาแทนที่ อย่างนั้นช่องทางสะดุดมีมาก ราวกับเกมที่แพ้คริสตัล พาเลสทั้งๆที่โดนบุกไม่กี่ครั้ง นั่นเป็นเพราะเหตุว่าพวกเขาเสียสมาธิ แล้วก็เพียงพอโดนนำ กลายเป็นกดดันแล้วก็เกร็งตนเองไป

นี่เกมปัจจุบันที่ชนะ แมนฯซิตี้ 2-1 ทำให้เห็นว่าพวกเขากลับมาควบคุมสติได้อีกรอบ

ส่วนสเปอร์สไม่ต้องคิดอะไรมาก...ไม่มี แฮร์รี เคน นำแนวรุก พวกเขาต้องชนะอย่างเดียว ด้วย ซอน เฮือง มิน, เดลเล อัลลี, คริสเตียน เอริคเซน ตัวทำเกมรุกสามคนนี้ที่สลับหน้ากันยิงแล้วก็ช่วยทีมได้ บวกกับเซตพีส เตะมุม ฟรีคิก ที่จะมาช่วยเสริมให้มีโอกาสชนะง่ายชึ้น

ฟรองค์ เคสซิเย่ มิดฟิลด์ฟอร์มแรงของ อตาลันต้า ยอมรับว่าตัวเองเป็นแฟนตัวยงของ ผี แต่ถ้าเป็น สิงโตนํ้าเงินคราม ก็พร้อมที่ย้ายเหมือนกัน

 

เคสซิเย่ กําลังทําฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมกับ อตาลันต้า โดยตัวเขาลงเล่นไปแล้ว 20 เกมทําได้ 6 ประตูและ 1 แอสซิสต์มีส่วนช่วยให้ อตาลันต้า อยู่อันดับ 5 ของตารางคะแนนกัลโช่ เซเรียอาในเวลานี้

 

มิดฟิลด์วัย 20 ปีเป็นข่าวกับทีมยักษ์ใหญ่มากมายไม่ว่าจะเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด,เชลซี,อาร์เซน่อลและปารีส แซงต์-แชร์กแมง

 

''แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคือทีมในฝันของผม''

 

''แต่เชลซีก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน''

อาร์แซน เวงเกอร์เห็นว่ารูปเกมที่ดีขึ้นในครึ่งหลังเป็นเพราะแผงกลางของเขาต่อสู้กับหงส์ได้ดีขึ้น ไม่ได้เป็นผลโดยตรงจากการส่งกองหน้าชิลีลงสนาม

อาร์แซน เวงเกอร์เผยว่า การดรอป อเล็กซิส ซานเชซ กองหน้าทีมชาติชิลีไว้ที่ม้านั่งสำรอง ในเกมบุกพ่ายหงส์3-1 เมื่อคืนวันเสาร์ เป็นเหตุผลทางแทคติก

อาร์แซน เวงเกอร์ตัดสินใจใส่โอลิวิเยร์ ชิรูด์ กองหน้าร่างใหญ่เป็นหน้าเป้า โดยมีแดนนี เวลเบ็ค, อเล็กซ์ อิโวบี้ และ อเล็กซ์-อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน สนับสนุน แต่ผลคือทีมเสียประตูแรกตั้งแต่ยังไม่ถึง 10 นาที ก่อนหมดครึ่งแรก 5 นาทีก็ต้องมาเสียประตูที่สอง และทีมไม่มีโอกาสยิงแม้แต่ครั้งเดียวในครึ่งแรก เมื่อเริ่มครึ่งหลังเวงเกอร์ส่งอเล็กซิสไปแทนฟานซิส โกเกอแลง ทันที เพียงสามนาที ชิรูด์ก็มีโอกาสทำประตูจะ ๆ และอเล็กซิสนี่เองที่แทงทะลุช่องให้แดนนี เวลเบ็ค ยิงตีไข่แตกในนาทีที่ 56

"ผมคิดว่าเราต้องเล่นส่งบอลตรงมากขึ้น และผมอยากใช้กองหน้าสองคนที่แข็งแกร่งในลูกกลางอากาศ เพราะเราจะเล่นไดเรคท์มากขึ้นไง" อาร์แซน เวงเกอร์อธิบายการจัดตัวของเขา

"ผมเชื่อว่าในครึ่งหลัง กองหน้าเราเล่นง่ายขึ้น คุณจะเห็นว่าชิรูด์กับเวลเบ็คเล่นดีขึ้นเลยเพราะเราครองเกมแดนกลางได้เยอะกว่าเดิมมาก

"ผมไม่ปฎิเสธว่าอเล็กซิสเป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยม ผมซื้อเขามา ส่งเขาลงเล่นเสมอ การตัดสินใจพวกนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ผมต้องทำ" สนใจเว็ปบอลติดต่อ W88

อาร์แซน เวงเกอร์ยังพูดถึงผลกระทบของการไม่ได้ลงเล่นเกมเป็นเวลานาน ว่าทำให้ทีมเสียจังหวะ ในลักษณะเดียวกับที่ลิเวอร์พูลเสียท่าให้เลสเตอร์มาแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน

"เราไม่ได้เล่นมานาน มันยากเสมอที่จะกลับมาเล่นได้เข้าจังหวะ แต่เราถึงอย่างนั้น ผมยังเสียใจที่เราเสียประตูแรกซึ่งมันไม่น่าจริง ๆ"

หลังจบเกมนี้อาร์เซนอลอยู่ในอันดับที่ 5 แข่ง 26 นัด มี 50 คะแนนเท่าเก่า ส่วนลิเวอร์พูลขยับไปอยู่อันดับ 3 ชั่วคราว มี 52 คะแนนจาก 27 นัด

เวย์น รูนีย์ กองหน้ากัปตันทีมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาปฏิเสธข่าวลือว่าตัวเขากําลังจะย้ายไปลงเล่นที่แดนมังกร ซึ่งไม่เป็นความจริง

 

ศูนย์หน้า วัย 31 ปีตกเป็นข่าวลืออย่างหนักว่ากําลังจะย้ายไปค้าแข้งที่ประเทศจีนแถมตัวเขายังไม่ได้รับการการันตีเป็นจริงที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกด้วย

 

แม้เอเยนต์ส่วนตัวของ เวย์น รูนีย์ จะเดินทางไปเจรจาถึงประเทศจีน แต่ทุกอย่างต้องจบลงเพราะเจ้าตัวออกมาปฏิเสธข่าวลือทั้งหมดด้วยตัวเอง

 

''ผมจะอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต่อไป ผมดีใจมากที่ได้รับความสนใจจากสโมสรต่างๆ''

บุนเดสเทรนเนอร์ทีมเสือใต้รอดถูกแบนหลังชูนิ้วกลางใส่แฟนบอลฝ่ายตรงข้ามในเกมลีกล่าสุด นัดเยือนเสมอ 1-1 แฮร์ธา เบอร์ลิน

 

คาร์โล อันเชล็อตติ บุนเดสเทรนเนอร์ บาเยิร์น มิวนิค ยอมรับตนแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทั้งนี้สาวกคนดังกล่าวถ่มน้ำลายใส่ระหว่างเดินเข้าห้องแต่งตัวหลังจบเกม เนื่องจากแฟนบอลแฮร์ธาไม่พอใจผู้ตัดสินที่ทดเวลาบาดเจ็บถึง 6 นาที ทำให้เสือใต้ได้ประตูตีเสมอ

บุนเดสเทรนเนอร์ของบาเยิร์น มิวนิค ถูกสหพันธ์ลูกหนังเยอรมันเรียกตัวให้มาชี้แจงเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งหลังการสอบสวนเขาได้บริจาคเงินจำนวน 5,000 ยูโร ให้กับองค์กรการกุศลของเดเอฟเบ